JustMakeWeb.com

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บโรงแรม

รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว ,

ลงโฆษณาฟรี

VPS ราคาถูก

รับทำเว็บไซต์

คุณพรพิมล ตันประวัติ
081 844 7544


 
คณะผู้บริหาร
Aiyara Planet




















 
LINE ID : pornpimol.tunprawat
 
LINE ID : pinnee.ipad
 
facebook : pornpimol.tunprawat
 
ตรวจสอบสถานะสินค้า

รวม ฿0.00 THB
สถิติเว็บไซต์
เปิดเว็บเมื่อ : 2012-10-12
จำนวนสมาชิก : 13 คน
ปรับปรุงเมื่อ : 2014-04-03
จำนวนครั้งที่ชม : 93,715 ครั้ง
Online : 3 คน
จำนวนสินค้า : 40 รายการ
สมาชิก
 
Admin Login

โรคนิ้วล็อก (Trigger Finger)

2012-11-04 21:24:25 ใน บทความ » 0 587
โรคนิ้วล็อก (Trigger Finger)
 
         ก่อนออกจากบ้านไปทำงาน บ้านไม่มีคนอยู่เราก็ต้อง “ล็อก”ประตูบ้านเพื่อ “ความปลอดภัย” หลังจากเลิกงาน หากว่าเราออกจากออฟฟิศเป็นคนสุดท้ายคำสั่งหรือกฎระเบียบของออฟฟิศก็มักจะบอกว่า ใครออกจากออฟฟิศเป็นคนสุดท้ายต้อง “ล็อก” ประตูให้เรียบร้อย เพื่อ “ความปลอดภัย”เก็บเงิน เก็บเอกสารสำคัญไว้ในตู้เซฟ ก็ต้องใส่รหัส “ล็อก”ให้แน่นหนาเพื่อ “ความปลอดภัย” และการเก็บเอกสารในแฟ้ม ทุกงานเอกสารในออฟฟิศ คุณก็ต้อง “ล็อก” แฟ้มเอกสารให้ดีๆ ไม่ให้เอกสารกระจัดกระจาย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและ “ปลอดภัย” คำว่า “ล็อก” มีการใช้ทับศัพท์ เพื่อมีความหมายถึงความปลอดภัยมาตลอด แต่หากว่าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นกับร่างกายของเราแล้วล่ะก็ แปลว่า “จากที่ปลอดภัย มันกลายเป็นเริ่มไม่ปลอดภัย” เสียแล้ว
 
         คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่าอยู่ดีๆ เราก็ขยับนิ้วไม่ได้ จะยืดนิ้วก็ไม่ได้จะงอนิ้วก็ไม่ได้ หรืออยู่ดีๆ นิ้วก็เกิดอาการกระตุกขึ้นมา และนิ้วที่เป็นบ่อยคือ นิ้วชี้ นิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือ ว่ากันง่ายๆ คือเป็นได้เกือบจะทุกนิ้ว พอเราจะกระดิกนิ้วก็กระดิกไม่ได้อีก เพราะมันทั้งตึงทั้งเจ็บปวดมากๆ ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า “นิ้วล็อก” นั่นเอง “นิ้วล็อก” เป็นชื่ออาการที่ใช้ภาษาที่เรียกกันง่ายๆ ตามอาการที่เป็น คือผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนนิ้วล็อก (แปลว่า นิ้วไม่ทำงาน) นั่นคือเราสามารถกำมืองอนิ้วได้แต่เวลาเหยียดนิ้วออก นิ้วใดนิ้วหนึ่งเกิดเหยียดไม่ออกเหมือนโดนล็อกไว้ จึงเป็นที่มาของคำว่า “นิ้วล็อก” ถ้าเรียกกันให้ถูกต้องแล้ว โรคนี้ต้องเรียกว่า “โรคนิ้วเหนี่ยวไกปืน” มากกว่าโรคนิ้วเหนี่ยวไก หรือ “Trigger Finger” เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื้อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้ว ซึ่งอยู่ที่บริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่งโคนนิ้ว มีโอกาสเป็นได้ทุกนิ้ว บางคนอาจจะเป็น 2 หรือ 3 นิ้วพร้อมกันแล้วลองคิดดูว่าหากมันเกิดขึ้นพร้อมกันหลายๆ นิ้ว คุณจะได้รับความเจ็บปวดแค่ไหน

สาเหตุของโรคคือ

         อาการนิ้วล็อกที่ว่านี้เกิดจากการใช้งานของมือและนิ้วอย่างรุนแรงและติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ในการบีบกำหิ้วของหนักๆ ซ้ำๆ จนปลอกหุ้มเอ็นบวมแล้วมันหดรัดตัวจนขาดความยืดหยุ่น เป็นผลให้เส้นเอ็นเคลื่อนตัวผ่านปลอกเอ็นไม่สะดวก

         โอกาสเกิดนิ้วล็อกเกิดได้กับใคร ความจริงแล้วโรคนี้เป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ โดยในเด็กมักเป็นมาแต่กำเนิด สาเหตุมาจากเข็มขัดรัดเส้นเอ็นไม่ยืดหยุ่น ทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนตัวผ่านปลอกเอ็นไม่สะดวก แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 มักเกิดใน “ผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป”โดยเฉพาะแม่บ้านที่ใช้มือทำงานหนัก เช่น หิ้วถุงพลาสติกหนักๆหิ้วตะกร้าไปจ่ายกับข้าว แม่บ้านนักช็อปปิ้ง หรือการทำงานหนักอย่างหิ้วถังน้ำ บิดผ้า กำมีดสับหมู สับอาหารประเภทต่างๆ เป็นต้น
 
       ใน ผู้ชายมักจะพบในอาชีพที่ต้องใช้งานมือหนักๆ ซ้ำๆ เช่นคนทำสวนใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ใช้จอบ เสียม หรือมีดฟันต้นไม้ ช่างที่ใช้ไขควง สว่าน หรือคนที่ต้องหิ้วยกของหนักเป็นประจำ เช่น คนส่งแก๊ส คนส่งน้ำขวด น้ำอัดลม กระบะผลไม้ และมักพบได้บ่อยในคนที่ชอบตีกอล์ฟรุนแรงอาชีพที่เหล่าคุณหมอแนะนำให้มีความ ระวังเรื่องความเสี่ยงนั้นส่วนใหญ่จะเป็นแม่บ้านที่หิ้วถุงหนักๆ ซักบิดผ้า คนทำสวน ขุดดินใช้กรรไกรเล็มกิ่งไม้ คนขายของ ขายผ้าที่ต้องหิ้วสินค้าเดินเร่ขายช่างไฟฟ้า ช่างโทรศัพท์ ช่างไม้ ช่างปูน ช่างก่อสร้าง ช่างตัดเสื้อผ้าช่างทำผม ช่างเจียระไนพลอย คนขายน้ำ คนส่งน้ำอัดลม เบียร์โซดา เป็นต้น
 
       แต่ว่ากับพนักงานออฟฟิศใครว่าไม่เสี่ยง เหล่าพนักงานธนาคารที่ต้องนับแบงก์บ่อยๆ หรือหิ้วถุงเหรียญหนักๆ เป็นประจำนั่นยังไงหรือไม่ก็คนที่ต้องทำงานใช้นิ้วใช้มือบ่อยๆ แม้แต่หมอฟัน นักเขียนครู นักบัญชี นักดนตรี ผู้บริหาร บางคนที่ชอบใช้นิ้วมือมากๆ ก็มีโอกาสเป็นได้ทั้งนั้นอาการนิ้วล็อกนั้น คนที่ใช้นิ้วมากๆ ทุกคนเป็นได้ คนที่เป็นแม่บ้านมักจะเป็นที่ “นิ้วกลาง และนิ้วนาง” คนที่เป็นนักเขียน ผู้บริหารที่เซ็นเอกสารมากๆ หรือจับปากกานานๆ มักเป็นที่ “นิ้วโป้งขวา”

       คนที่เป็นหมอนวดแผนโบราณ มักเป็นที่นิ้ว “หัวแม่มือ 2 ข้าง”คนที่ทำสวน ส่งน้ำอัดลม แม่ค้าขายข้าวแกงต้องยกหูหม้อหนักๆ ทุกวัน มักจะเป็นที่ “นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง” คนที่เล่นกอล์ฟ จะเป็นที่ “นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อยซ้ายมือ” ในส่วนของนิ้วก้อยข้างขวาก็อาจจะพบได้ในผู้ที่มีอาชีพช่างกลึงที่ต้องขันน็อต ขันประแจโดยไม่มีการป้องกัน ทำให้ฐานนิ้วบวม เกิดพังผืด และเป็นนิ้วล็อกได้เช่นกันดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าคุณอยู่ในอาชีพไหนก็ตาม คุณก็มีโอกาสเป็นได้หากไม่ระวังและเตรียมตัวให้พร้อมไว้ นอกจากนี้โรคนิ้วล็อกยังพบได้ในคนที่มือเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ และพบร่วมกับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบชนิดรูมาตอยด์ หรือคนที่เป็นโรคเบาหวานก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนปกติเช่นกัน

อาการของโรคนิ้วล็อกนี้     แบ่งเป็น 4 ระยะคือ

         ระยะแรก มีอาการปวดเป็นอาการหลักๆ โดยจะเริ่มมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ และจะมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเอานิ้วกดบริเวณฐานนิ้วมือด้านหน้า แต่ยังไม่มีอาการนิ้วติด หรือนิ้วสะดุด(Triggering)

         ระยะที่สอง มีอาการสะดุด (Triggering) เป็นอาการหลักๆ นิ้วเริ่มขยับยากขึ้น และอาการปวดก็มักจะเพิ่มมากขึ้นด้วย เวลาขยับนิ้ว งอ และเหยียดนิ้ว จะมีการติดหรือสะดุดจนคุณรู้สึกได้

         ระยะที่สาม มีอาการนิ้วติดล็อกเป็นอาการหลัก โดยเมื่องอนิ้วลงไปแล้วจะติดล็อกจนไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ ต้องเอามืออีกข้างมาช่วยแกะนิ้วที่ติด หรืออาจมีอาการมากขึ้นจนไม่สามารถงอนิ้วลงได้เอง

         ระยะที่สี่นี้คือมีอาการเป็นมากแล้ว จะมีการอักเสบบวมที่นิ้วมากจนนิ้วบวมติดอยู่ในท่างอเล็กน้อย ไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้ถ้าใช้มือมาช่วยเหยียดจะเจ็บปวดมากทีเดียว

การรักษา    สำหรับวิธีการรักษา “โรคนิ้วล็อก” อาจใช้ในหลายๆ วิธีด้วยกันคือ

         1. การใช้ยารับประทาน เพื่อลดการอักเสบ ลดบวม และลดอาการปวด ร่วมกับพักการใช้มือและนิ้ว

         2. การใช้วิธีทางกายภาพบำบัด ได้แก่ การใช้เครื่องดามนิ้วมือ การนวดเบาๆ การใช้ความร้อนประคบ และการออกกำลังกายเหยียดนิ้ว โดยการรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดอาจใช้ร่วมกันได้และมักใช้ได้ผลดีเมื่อมีอาการของโรคในระยะแรกและระยะที่สอง

         3. การฉีดยาสเตียรอยด์ (Steroid) เฉพาะที่ เพื่อลดการอักเสบ ลดปวด และลดบวม เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างมาก ส่วนมากมักจะหายเจ็บ บางรายอาการติดสะดุดจะดีขึ้น แต่
การฉีดยามักถือว่าเป็นการรักษาแบบชั่วคราวและข้อจำกัดก็คือ ไม่ควรฉีดยาเกิน 2 หรือ 3 ครั้งต่อ 1 นิ้วที่เป็นโรค การรักษาโดยการฉีดยานี้สามารถใช้ได้กับอาการของโรคตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะสุดท้าย


         4. การรักษาโดย “การผ่าตัด” ถือว่าเป็นการรักษาที่ดีที่สุดคือมีโอกาสน้อยที่จะกลับมาเป็นโรคอีก หลักในการผ่าตัดรักษาโรคนี้คือ การตัดเอาปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาอยู่ให้เปิดกว้างออก เพื่อให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านได้โดยสะดวก ไม่ติดขัดหรือสะดุดอีก ทั้งนี้การผ่าตัดแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีคือ

         การผ่าตัดแบบเปิด เป็นวิธีมาตรฐานที่คุณหมอจะทำการผ่าตัดในห้องผ่าตัด โดยฉีดยาชาเฉพาะที่ผ่าตัด เสร็จแล้วก็กลับบ้านได้สิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดคือ หลีกเลี่ยงการใช้งานหนักของ
นิ้วมือและมือ และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสนิ้วที่ผ่าตัดมาประมาณ2 สัปดาห์อีกวิธีเป็นการผ่าตัดแบบปิด การผ่าตัดแบบนี้ทำโดยการใช้ เข็มเขี่ยหรือสะกิดปลอกหุ้มเอ็นออกโดยแทบไม่มีแผลให้เห็น โดยวิธีนี้อาจมีผลแทรกซ้อนได้ถ้าเกิดไปเขี่ยหรือสะกิดถูกเส้นประสาท ดังนั้นจึงไม่แนะนำสำหรับนิ้วที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาท สูง อย่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ และการผ่าตัดแบบปิดนี้ใช้ได้สำหรับคนไข้ที่มีอาการของโรคตั้งแต่ระยะที่สอง ขึ้นไป

ป้องกัน “โรคนิ้วล็อก” ไว้ก่อนที่จะถูกร่างกาย “ล็อกนิ้ว”

         1. สำหรับคุณผู้หญิง นอก จากชีวิตการทำงานในออฟฟิศ หากเป็นแผนกจัดซื้อก็ไม่ควรหิ้วของหนัก เช่น ถุงพลาสติก ตะกร้า หรือถังน้ำ ถ้าจำเป็นต้องหิ้วก็ควรจะใช้ผ้าขนหนูรองและหิ้วให้น้ำหนักตกที่ฝ่ามือ มากกว่า แทนที่จะให้น้ำหนักตกที่ข้อนิ้วมือ หรือใช้วิธีการอุ้มประคองช่วยลดการรับน้ำหนักที่นิ้วมือได้

         2. หากคุณมีอาชีพเป็นแม่บ้านในสำนักงาน (หรือแม้แต่ที่บ้าน)ก็ไม่ควรบิดหรือซักผ้าด้วยมือเปล่าจำนวนมากๆ และไม่ควรบิดผ้าให้แห้งสนิท เพราะจะยึดปลอกหุ้มเอ็นจนปลอกหุ้มเอ็นคราก และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคนิ้วล็อก

         3. ผู้บริหารสำนักงานหรือองค์กรใหญ่ๆ ที่รักการตีกอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ แถมการออกรอบทั้งทีต้องตีให้แรงให้ไกลก็ควรจะใส่ถุงมือหรือใช้ผ้าสักหลาดหุ้มด้ามจับให้หนานุ่มขึ้น เพื่อลดแรงปะทะ และไม่ควรไดร์ฟกอล์ฟต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ นอกจากจะเสียงานแล้ว นิ้วยังจะเสียไปด้วย

         4. สำหรับคุณผู้ชายที่เป็นช่าง ไม่ว่าจะทำงานในออฟฟิศหรือภายนอกออฟฟิศก็ตาม การทำงานที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ช่าง ควรระวังการกำมือหรือบดเครื่องมือทุ่นแรง เช่น การใช้ไขควงขันน็อตแบบเน้นมือและนิ้วมากๆ การเลื่อย หรือการกำค้อนเพื่อตอกหรือทุบ ฯลฯ ก็ควรใส่ถุงมือหรือห่อหุ้มด้ามจับให้ใหญ่และนุ่มขึ้น เพื่อลดแรงกำมือให้น้อยลง นิ้วมือและข้อมือจะได้ทำงานน้อยลงด้วย

         5. หากว่าคุณมีอาชีพเป็นคนทำสวนของบริษัทต่างๆ หรือแม้แต่รับทำสวนที่บ้านจัดสรร ควรระวังเรื่องการตัดกิ่งไม้ด้วยกรรไกรตัดกิ่ง หรืออื่นๆ ที่ใช้แรงมือ ทางที่ดีควรใส่ถุงมือเพื่อลดการบาดเจ็บของปลอกเอ็นกับเส้นเอ็น และควรใช้สายยางรดน้ำต้นไม้แทนการหิ้วถังน้ำ

         6. เหล่าพนักงานออฟฟิศ แผนกขนส่ง คนที่ยกของหนักๆ เป็นประจำ เช่น คนส่งเอกสาร พัสดุ หรือแม้แต่พ่อครัวประจำออฟฟิศควรหลีกเลี่ยงการยกสิ่งของหนักๆ ด้วยมือเปล่า ควรมีผ้านุ่มๆ มารองจับขณะยก และใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น รถเข็น รถลากแทน เพราะนอกจากจะทุ่นแรงแล้ว ก็ยังไม่เป็นการทรมานนิ้วมือ ข้อมือ รวมไปถึงกระดูกสันหลังอีกด้วย

         7. งานบางอย่างต้องใช้เวลาทำงานนานต่อเนื่อง ทำให้มือเมื่อยล้าหรือระบม ควรพักมือเป็นระยะๆ เช่น ทำงานมาแล้วประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็ควรจะพักมือทำงานไว้สัก 10 นาที ทำงานอย่างอื่นที่เบาๆ ไม่ต้องใช้มือมากถึงแม้โรคนิ้วล็อกนี้จะเป็นโรคที่รักษาหายได้ แต่ก็ควรกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าให้นิ้วมันล็อกของมันเอง เพราะนิ้วไม่มีกุญแจไขให้ปลดล็อกแบบแม่กุญแจ การดูแลระวังตนเองจึงสำคัญกว่าการจะหายามารับประทานหรือเข้าโรงหมอไปผ่าตัดเป็นไหนๆ
กรุณาเข้า สู่ระบบ ก่อนทำการเขียนข้อความ